สำหรับกรณีการสืบสวนอีเมลล์ของนางฮิลลารี่นั้น อาจจะใช้ระยะเวลาตรวจสอบเกินกว่าวาระของการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่จะถึงนี้ หรือยาวนานประมาณ 5 ปี เนื่องจากจำนวนอีเมลล์ที่ทางเอฟบีไอส่งให้ทางภาครัฐตรวจสอบมีจำนวน 7 ดิสก์ ซึ่งปัจจุบันสามารถตรวจสอบในอัตรา 2,350 ฉบับต่อหนึ่งเดือน และจาก 15,000 ฉบับที่ได้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วนั้น พบว่าอีเมลล์กว่า 5,600 ฉบับมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องงาน โดยในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6/11) นายเจมส์ คอร์นีย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอได้ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า จากการสืบสวนอีเมลล์ของผู้ช่วย และสามีผู้ช่วยของนางฮิลลารี่นั้น ไม่ได้เปลี่ยนผลการสอบสวนก่อนหน้าที่กล่าวว่าเป็นเพียงการกระทำที่ประมาท แต่ทางเอฟบีไอก็ไม่ได้ตั้งข้อหาใด ๆ กับนางคลินตัน สำหรับระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 34.95-35.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 34.94/95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ในส่วนของการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (8/11) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1033/34 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (7/11) ที่ระดับ 1.1050/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อวันจันทร์ (7/11) ได้มีการประกาศตัวเลขยอดค้าปลีกของกลุ่มยูโรโซน ประจำเดือนกันยายน โดยลดลงจากเดือนที่แล้ว 0.2% น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับลบ 0.3% สำหรับการเคลื่อนไหวระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1027-1.1067 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1056/57 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับค่าเงินเยนในวันนี้ (8/11) เปิดตลาดที่ระดับ 104.50/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (7/11) ที่ระดับ 104.61/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจญี่ปุ่นนั้น ทางรัฐบาลญี่ปุ่นพร้อมให้ความร่วมมือกับทางธนาคารญี่ปุ่นในการปรับลดจำนวนพันธบัตรที่มีอายุในช่วงสั้น โดยได้มีการสำรวจความคิดเห็นจากโบรคเกอร์ในญี่ปุ่น ซึ่ง 10 ใน 11 บริษัทได้ให้ความเห็นว่าน่าจะมีการปรับลดจำนวนพันธบัตรช่วงสั้นในการประมูลลง เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนงานของบีโอเจ ในวันนี้ (8/11) นายทาโร อาโซะ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังญี่ปุ่นได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ทางรัฐบาลพร้อมที่จะรับมือกับความผันผวนของค่าเงินเยนระหว่างการเลือกตั้งสหรัฐในวันนี้ โดยทางรัฐบาลถือว่าเสถียรภาพในค่าเงินนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 104.22-105.62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 104.949/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในช่วงสัปดาห์นี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดญี่ปุ่นประจำเดือนกันยายน (3/11) ดุลการค้าอังกฤษเดือนกันยายน (3/11) สต๊อกสินค้าคงคลังภาคการค้า (3/11) ยอดคำสั่งซื้อเครื่องจักรเดือนกันยายน (3/11) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ รายสัปดาห์ (3/11) ดัชนีราคาผู้ผลิตญี่ปุ่น PPI เดือนตุลาคม (4/11) อัตราเงินเฟ้อเยอรมนีเดือนตุลาคม (4/11) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนพฤศจิกายน จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (4/11)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +2.40/2.60 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +0.5/+1.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา : http://www.prachachat.net/

0 comments:
Post a Comment