ชาวบ้านในเมืองผากั้นทางตอนเหนือของรัฐคะฉิ่นพร้อมอาวุธไม้ มีด และอื่นๆ เข้าปล้นสะดมในมัสยิด ก่อนจุดไฟเผา โดยเจ้าที่ไม่สามารถควบคุมม็อบได้เลย อาคารมุสยิดถูกเผาโดยกลุ่มชน โดยเหตุอาละวาดครั้งนี้เกิดจากความขัดแย้งเรื่องการก่อสร้างมัสยิด
เหตุจลาจลนี้เกิดขึ้นพร้อมๆกับวันสุดท้ายที่ผู้สอบสวนด้านสิทธิแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเยือนพม่าซึ่งได้เตือนว่าความตึงเครียดระหว่างศาสนายังคงแพร่ขยายอย่างต่อเนื่องทั่วสังคมพม่า โดยนางสาวยางฮี ลี เจ้าหน้าที่ด้านสิทธิของยูเอ็นได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สอบสวนการทำลายมัสยิดอีกแห่งในตอนกลางของเขตพะโคเมื่อปลายเดือนที่แล้ว
"รัฐบาลจะต้องพิสูจน์ว่าการยุแหย่และก่อความรุนแรงต่อชุมชนของชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์หรือศาสนานั้นไม่มีที่อยู่ในพม่า" นางสาวลีกล่าว พร้อมยังเร่งเร้าให้รัฐบาลนางซู จี ยุติการเลือกปฏิบัติต่อชุมชนมุสลิมในสถาบันต่างๆของพม่าเป็นภารกิจเร่งด่วนลำดับต้น
การไม่อดกลั้นต่อความเห็นต่างทางศาสนาเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายทั่วประเทศในช่วงเวลาสองสามปีมานี้ เป็นภัยคุกคามต่อการเดินหน้าปฏิรูปประเทศสู่ประชาธิปไตย ด้านเจ้าหน้าที่ลังเลที่จะดำเนินคดีด้วยกลัวว่าจะทำให้เกิดความไม่สงบเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ความรุนแรงทางศาสนาครั้งเลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นที่รัฐยะไข่ ทางตะวันตกของพม่าเมื่อปี 2555 ทำให้มีรผู้เสียชีวิตหลายรายและผลักให้ชาวมุสลิมโรฮิงยาหลายหมื่นคนต้องอพยพไปอยู่ค่ายลี้ภัย
ที่มา : http://www.khaosod.co.th/

0 comments:
Post a Comment