Home »
Social
» พ่อค้าอ้างเป็น ‘พ.ต.อ.’ แฝงตัวขายปลาหมึกปิ้ง สงสัยไม่ใช่ตร.จริง-หาตัวไม่เจอแล้ว!!
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีการนำเสนอและเผยแพร่ ทั้งข่าวและข้อมูลในโลกโซเชี่ยล ว่ามีพ่อค้าเคยเป็นนายตำรวจกองปราบ ยศ พ.ต.อ. แฝงตัวลงพื้นที่หาข่าว โดยใช้อาชีพขายปลาหมึกปิ้งบังหน้า จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ และยังยึดอาชีพปิ้งปลาขายมาจนทุกวันนี้ เกิดความสับสนให้กับผู้คนทั่วไป ตลอดทั้งไม่ยอมบอกรายละเอียดเกี่ยวกับส่วนตัวและครอบครัวให้ทราบ และสร้างความกังขาให้แก่สังคม ว่าเรื่องดังกล่าวข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับชายดังกล่าวว่า เป็นนายตำรวจกองปราบมาก่อน และแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก มานานถึง 25 ปี โดยจะขายปลาหมึกปิ้งบริเวณวงเวียนหอนาฬิกา โดยหลังเกษียณติดยศ พ.ต.อ. และยังคงยึดอาชีพปิ้งปลาหมึกขายเหมือนเดิม ทุกคืนจะมีลูกค้าจำนวนมากมาอุดหนุน ซื้อปลาหมึกปิ้งกันไม่ขาดสาย เนื่องจากทราบข่าวจากสื่อโซเชี่ยล ทั้งเฟซบุ๊ก และไลน์ ซึ่งลูกค้าบางคนเซลฟี่ ขอถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย
ซึ่งข้อมูลเบื้องต้น ลุงสมจิตร อ้างว่า เป็นอดีตตำรวจกองปราบ รับราชการตำรวจและย้ายมาอยู่ที่ จ.พิษณุโลกนานถึง 25 ปี โดยทำหน้าที่สืบหาข่าวให้ตำรวจ โดยการประกอบอาชีพขายปลาหมึกย่างไปด้วย กระทั่งเกษียณจึงยึดอาชีพมาจนถึงปัจจุบันอายุ 69 ปี
จากการสอบถาม ลุงสมจิตร ถึงประวัติความเป็นมา ลุงสมจิตร บอกว่า เป็นคนจังหวัดพิจิตร ไปเรียนจบโรงเรียนนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม และรับราชการที่กรุงเทพฯ จนถึงยศร้อยตำรวจเอก ก่อนจะมาทำงานกับกองปราบ และมาเป็นสายลับที่จังหวัดพิษณุโลกเป็นเวลา 25 ปีแล้ว โดยมาขายปลาหมึกย่าง และสืบหาข่าวไปในตัวด้วย ซึ่งมีลูกน้องอยู่ 5 คน เก็บขยะไปทั่ว กระจายหาข่าวตามอำเภอต่างๆ กระทั่งเกษียณอายุราชการก็ตั้งรกรากและยึดอาชีพขายปลาหมึกมาจนถึงปัจจุบัน สอบถามว่าจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นไหน ลุงสมจิตรตอบว่า รุ่นตอบไม่ได้ และเมื่อสอบถามถึงการทำงานหาข่าวในพิษณุโลกผลงานด้านต่างๆ ลุงสมจิตรบอกว่า ตอบไม่ได้เช่นกัน มันอันตราย

ขณะที่หลังจากมีการเผยแพร่ข่าวว่า ลุงสมจิตร เกษียณอายุราชการในยศ พ.ต.อ. มีการตั้งข้อสงสัยว่า ลุงสมจิตร เป็นตำรวจจริงหรือไม่ ลุงสมจิตรยืนยันว่า เป็นตำรวจจริง เกษียณมาในยศ พ.ต.อ. ในตำแหน่ง รองผกก. ที่กรุงเทพฯ ขณะที่ลุงสมจิตร ก็ไม่ยอมเปิดเผยนามสกุลกับผู้สื่อข่าว และไม่ยอมบอกว่าจบมารุ่นไหน บอกเพียงว่า มีลูกสามคน มีคนหนึ่งเป็นทหารยศ พันโท บอกนามสกุลก็เกรงว่าจะกระทบลูกชาย ตนทำงานอย่างนี้ลูกก็ยังไม่บอกเลย รู้เฉพาะภรรยา ก็ทำงานขายปลาหมึกมาเรื่อย เพราะเป็นอาชีพที่ดี โดยรับปลาหมึกมาจากกระบี่ ขนาดใหญ่ ยาวที่สุด ตัวละ 280 บาท ยาวประมาณ 1 ฟุต แต่เมื่อย่างและรีดแล้ว ยาวได้ถึง 1.5 เมตร ซึ่งขายตัวยาวที่สุดได้ประมาณวันละ 12-13 ตัว ที่เหลือก็คละกันไป เป็นขนาดปานกลางที่ราคาไม่สูงมาก คนนิยมซื้อมาก ได้กำไรวันละพันกว่าบาท

ถึงแม้ว่าจะมีส่วนหนึ่งที่ยังกังขา ว่าลุงสมจิตรเป็นตำรวจจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ สำหรับชาวพิษณุโลกที่รู้จักมักคุ้นกันดี หลายคนได้เป็นลูกค้าขาประจำร้านลุงสมจิตรมายาวนาน เพราะขายในพิษณุโลกมานานมากแล้ว และยิ่งมีการเผยแพร่ข่าวสารของลุงสมจิตรทางสื่อออนไลน์ ทำให้หลายคน แวะเวียนมาอุดหนุนเพิ่มเติม จนลุงสมจิตร ได้รับบาดเจ็บ หัวนิ้วโป้งมือ ถูกบดเข้าไปกับเครื่องบดปลาหมึก แต่ก็ยังพันนิ้วมือ และย่างปลาหมึกขายให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่องทุกวัน ที่วงเวียนหอนาฬิกาพิษณุโลก ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00-23.00 น.
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามทางโทรศัพท์ไปยัง พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กำลังติดประชุม ซึ่งได้เปิดเผยเบื้องต้นว่า หลังมีข่าวเกี่ยวกับมีนายตำรวจยศ พ.ต.อ. หลังเกษียณประกอบอาชีพขายปลาหมึกปิ้ง เบื้องต้นจากข้อมูลที่ได้รับทางสื่อ ตนมองว่าไม่น่าจะใช่นักเรียนนายร้อยตำรวจ เพราะถ้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจจริง เพื่อนๆในรุ่นจะรู้จักกันอยู่แล้ว ถ้าเกษียณอายุมาขนาดนี้ อาจะเป็นรุ่น 24 หรือ 25 หรือไม่ก็ รุ่น 26 แต่ไม่น่าใช่ หรืออาจจะเป็นตำรวจจริง แต่ไม่ได้จบจากโรงเรียนนายร้อย ตอนนี้ได้ให้ลูกน้องลงไปหาข้อมูล แต่ยังไม่เจอตัว ทราบแต่เพียงว่าอยู่ในซอยพรรณเพียร 29 ถนนบรมไตรโลกนารถ แต่ยังไม่เจอตัว ไม่ทราบว่าไปไหน
ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวอีกว่า “จากที่ดูภาพข่าวพ่อค้าปลาหมึก แกก็พูดหรืออาจจะโม้ของแกไปเรื่อย เพราะไม่ยอมบอกนามสกุลหรือข้อมูลตัวเอง ถ้าเป็นตำรวจจริง อาจจะมีการช่วยเหลือหาสวัสดิการช่วยเหลือ ตอนนี้ยังไม่แน่ใจเป็นตำรวจจริงหรือไม่ แต่ไม่ใช่นายร้อยตำรวจแน่นอน ส่วนจะเป็นการอ้างนั้น ยังไม่ได้ระบุชื่อใครที่สร้างความเสียหาย หรืออ้างหาผลประโยชน์อย่างอื่นยังไม่มี หากพบตัวอาจจะเชิญมาพูดคุยก่อนเท่านั้น เพราะอาจจะทำให้ภาพพจน์ตำรวจเสียหาย
ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_
0 comments:
Post a Comment